สถาปัตยกรรมและการตกแต่งบ้านไม้พื้นถิ่นสไตล์ล้านนาในวิถีชีวิตปัจจุบัน
สไตล์ล้านนา เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ได้รับความนิยมในการตกแต่งทั่วๆไปในเขตภาคเหนือล้านนา โดยอาณาจักรล้านนานั้นเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อพญามังรายทรงสร้างเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. 1839 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการปกครองของเมืองที่อยู่ภายใต้พระราชอำนาจของพระองค์ พัฒนาการของเรือนล้านนาในอดีตการสร้างเรือนขึ้นอยู่กับฐานะของผู้สร้าง เรือนล้านนารูปแบบต่างๆ สร้างขึ้นตามลักษณะการใช้พื้นที่ภายในเรือนและฐานะของเจ้าของเรือน โดยเรือนในยุคแรกๆ ของล้านนามักสร้างมาจากไม้ไผ่หรือเป็นเรือนเครื่องผูก จากนั้นก็มีพัฒนาการมาเป็นเรือนที่สร้างจากไม้จริง
รูปแบบและพัฒนาการของเรือนล้านนา
หากเรียงลำดับตามพัฒนาการของเรือนล้านนา สามารถแบ่งรูปแบบเรือนได้ดังนี้:
- เรือนเครื่องผูก: เป็นเรือนที่สร้างขึ้นด้วยไม้ไผ่ ตัวเรือนขนาดเล็ก มีรูปแบบเป็นเรือนจั่วเดียวยกพื้นสูง องค์ประกอบของเรือนส่วนใหญ่จะทำมาจากไม้ไผ่ เช่น โครงสร้างหลังคา ฝาและพื้นเรือน
- เรือนไม้จริง: เป็นเรือนที่สร้างขึ้นจากไม้เนื้อแข็งทั้งหมด ในล้านนานิยมใช้ไม้สักเพราะหาได้ง่าย มีอายุการใช้งานนาน อีกทั้งเนื้อไม้ไม่แข็งมากนักจึงสามารถเจาะหรือแต่งรูปไม้ได้ง่าย
- เรือนกาแล: มีรูปแบบเป็นเรือนจั่วแฝดขนาดใหญ่ เพิ่ม “กาแล” ติดไว้บนยอดจั่วหลังคา มีลักษณะเป็นแผ่นไม้รูปกากบาทแกะสลักด้วยลวดลายที่สวยงาม ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของล้านนา
- เรือนพื้นถิ่น: เป็นเรือนที่มีการผสมผสานกันของรูปแบบเรือนโบราณล้านนากับเรือนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ไทลื้อ ไทเขิน ไทยอง มีความหลากหลายทั้งรูปแบบผังเรือนและการตกแต่ง
องค์ประกอบของเรือนไทยสไตล์ล้านนา
เพื่อให้เข้าใจถึงเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์นี้ นี่คือองค์ประกอบสำคัญดั่งเดิม:
- ข่วงบ้าน: ลักษณะเป็นลานดินกวาดเรียบกว้างเป็นลานอเนกประสงค์ ใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ และเชื่อมเส้นทางสัญจร
- บันไดและเสาแหล่งหมา: ตัวบันไดเรือนจะหลบอยู่ใต้ชายคาบ้านด้านซ้ายมือเสมอ “เสาแหล่งหมา” คือเสาลอยโดดๆ ต้นเดียวที่ใช้รับชายคาทางเข้า
- ชานเรือน: คือพื้นไม้ระดับต่ำกว่าเติ๋น มักไม่มุงหลังคา เป็นพื้นที่เปิดโล่ง
- ฮ้านน้ำ (ร้านน้ำ): คือหิ้งสำหรับวางหม้อน้ำดื่ม พร้อมที่แขวนกระบวย ทำหลังคาคลุมลักษณะคล้ายเรือนเล็กๆ เพื่อมิให้แสงแดดส่องลงมาที่หม้อน้ำ
- ตัวเติ๋น: เป็นเนื้อที่กึ่งเปิดโล่ง ใช้เป็นเนื้อที่ใช้งานได้แบบอเนกประสงค์ เช่น รับแขก หรือประกอบพิธีกรรม
- ห้องนอน: จะมีขนาดใหญ่กว่าเนื้อที่ใช้งานอื่น ๆ แบ่งออกเป็นสองส่วนซีกหนึ่งใช้เป็นที่นอน อีกซีกใช้วางของ มี “ไม้แป้นต้อง” กั้นกลาง
- เรือนครัว: จะอยู่ทางทิศตะวันตกของห้องนอนเสมอ โดยแยกไปอีกหลังหนึ่ง เนื้อที่ที่ใช้ตั้งเตาไฟจะยกขึ้นมาเป็นแท่นไม้อัดดินแน่น
การประยุกต์เรือนล้านนาสู่บ้านพักอาศัยและเรือนรับรอง
ในปัจจุบันมีการนำบ้านไม้พื้นถิ่นล้านนามาดัดแปลงจากเรือนยุ้งข้าวเก่า แต่ปรับขนาดให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบาย ตัวบ้านเปิดโล่งกลมกลืนไปกับธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่น่าอยู่และเย็นสบาย โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่าจึงมีความคงทนแข็งแรง โดยมีการปรับปรุงพื้นที่ให้เข้ากับการใช้งานใหม่ เช่น การกรุผนังกระจกโดยรอบในชั้นล่างเพื่อให้พื้นที่ภายในดูโปร่งแม้จะมีเสาไม้สักขนาดใหญ่ตั้งอยู่ก็ตาม
ตารางเปรียบเทียบลักษณะเรือนล้านนาและการใช้งาน
| ประเภทเรือน | วัสดุหลัก | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|
| เรือนเครื่องผูก | ไม้ไผ่ / หวาย / ตอก | ยกพื้นสูง จั่วเดียว สำหรับครอบครัวเริ่มต้น |
| เรือนไม้จริง | ไม้สัก / ไม้เนื้อแข็ง | โครงสร้างแข็งแรง มีทั้งจั่วเดียวและสองจั่ว |
| เรือนกาแล | ไม้แกะสลัก | มีกาแลยอดจั่ว เป็นเรือนของคหบดีหรือผู้มีฐานะ |
| เรือนประยุกต์ (ยุ้งข้าว) | ไม้เก่า / กระจก / ปูน | ดัดแปลงจากหลองข้าวเดิม เพิ่มฟังก์ชันที่พักสมัยใหม่ |
การตกแต่งภายในสไตล์ล้านนาประยุกต์
การตกแต่งภายในเป็นสไตล์ไทยผสมผสานทรอปิคัลจากไม้สีธรรมชาติ ลวดลายไทยจากวัสดุกรุและของตกแต่ง เพิ่มเสน่ห์ด้วยรายละเอียดของงานไม้ เฟอร์นิเจอร์สไตล์ไทยแบบขาสิงห์และขาคู้ เก้าอี้หวาย หรือใช้วัสดุธรรมชาติอย่างหินอ่อนและหินธรรมชาติซึ่งเก็บความเย็นได้ดี นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาพจิตรกรรมแนวประเพณีล้านนามาประดับตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหล
ความสะดวกสบายในเรือนรับรองสมัยใหม่
แม้จะคงเอกลักษณ์พื้นถิ่นแบบบ้านไทย แต่มีการปรับปรุงให้ใช้งานได้จริง เช่น ชั้นล่างปรับให้เป็นส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำเป็นส่วนที่ต่อเติมเพิ่มมีขนาดใหญ่พอที่จะใช้งานได้สะดวกสบาย ชั้นบนจัดวางฟูกหนาบนพื้นห้องเพื่อให้ทางเดินภายในห้องกว้างขึ้นและสอดคล้องกับโครงสร้างเรือนยุ้งข้าวที่ไม่สูงมากนัก เอกลักษณ์เรือนใต้ถุนสูงยังช่วยให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของบ้านเราและสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้พักอาศัย