บริษัทร่วมทุน GULF- RATCH จ้างต่างชาติจัดหาก๊าซฯ ป้อนโรงไฟฟ้าใหม่ในราชบุรี

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ GULF และ RATCH ถือหุ้นสัดส่วน 49% และ 51% ตามลำดับ ที่ได้รับใบอนุญาตการเป็นผู้ประกอบการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (LNG Shipper License) ปริมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี

การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับโรงไฟฟ้าหินกอง

โดย HKH ได้ลงนามสัญญาจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวระยะสั้น กับ Gunvor Singapore Pte. Ltd. บริษัทด้านการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทพลังงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหา และนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง ที่เป็นโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ กำลังการผลิตตามสัญญา 1,400 เมกะวัตต์

สำหรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวดังกล่าว เป็นไปตามแผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติของประเทศ โดยจะช่วยลดความเสี่ยงในการจัดหาก๊าซธรรมชาติ และเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ

ตารางสรุปข้อมูลโครงการและโครงสร้างการลงทุน

หัวข้อ รายละเอียด
บริษัทร่วมทุน บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH)
ผู้ถือหุ้น RATCH (51%) และ GULF (49%)
กำลังการผลิตรวม 1,400 เมกะวัตต์
ผู้จัดหาเชื้อเพลิง Gunvor Singapore Pte. Ltd.

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น GULF และ RATCH

ด้านหุ้น GULF ก่อนเปิดตลาดวันศุกร์ 15 ก.ย. 66 ราคาอยู่ 46.50 บาท ปรับลดลง 7.9% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และหุ้น RATCH ราคาอยู่ที่ 33.25 บาทต่อหุ้น ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับลดลง 7.6%

การปิดตำนานโรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรีเดิม

ในขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนราชบุรี ปิดฉากตำนาน 25 ปี ผลิตไฟฟ้า 85,000 ล้านหน่วย โดยบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ประกาศปิดการดำเนินงานของ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรี ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 อย่างเป็นทางการหลังครบกำหนดสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปีกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าทั้งสองชุดได้เดินเครื่องรวมกว่า 208,461 ชั่วโมง ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบรวม 85,682 ล้านหน่วย

วิสัยทัศน์และการก้าวสู่ระดับภูมิภาค

บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายสร้างมูลค่ากิจการให้เติบโตถึง 2 แสนล้านบาท ในปี 2566

การดำเนินงานด้านความยั่งยืน

บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้ทำโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ตั้งแต่ปี 2551 เพื่อสร้างแนวร่วมในการขับเคลื่อนให้เกิดการนำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาป่าไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยมีเป้าหมายคือการบริหารจัดการพื้นที่ป่ารอบชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อประโยชน์ของชุมชนอย่างยั่งยืน