อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น: ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยว
ภูเวียง เป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัดขอนแก่น อาณาเขตเดิมครอบคลุมพื้นที่จังหวัดขอนแก่นฝั่งตะวันตกทั้งหมด ปัจจุบันแบ่งพื้นที่ออกไปเป็น 6 อำเภอ คือ อำเภอชุมแพ อำเภอสีชมพู อำเภอเวียงเก่า อำเภอภูผาม่าน อำเภอหนองนาคำ และบางส่วนของ อำเภอหนองเรือ ซึ่งได้แบ่งแยกเขตการปกครองออกเรื่อยมา
ประวัติความเป็นมาของเมืองภูเวียง
ภูเวียงเป็นเมืองเก่ามาแต่โบราณกาล โดยจะเห็นได้ว่าเมื่อแรกตั้ง จังหวัดขอนแก่น มีเพียง 3 เมืองเท่านั้น คือ เมืองชนบท เมืองภูเวียง และเมืองขอนแก่น โดยที่เมืองภูเวียงเป็นเมืองที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก คนทั้งหลายมักจะเรียกเมืองภูเวียงว่าเป็น “หัวเมืองเอกฝ่ายตะวันตก”
ตามประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคของอำเภอภูเวียง ปรากฏว่าเมื่อประมาณ พ.ศ. 2300 มีพรานป่าคนหนึ่งชื่อสิงห์ ภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็น “กวนทิพย์มนตรี” ได้เข้าไปล่าเนื้อในเขาภูเวียง และเห็นในวงภูเวียงเป็นที่ราบน้ำท่าอุดมสมบูรณ์เป็นทำเลที่เหมาะสมแก่การทำมาหากิน จึงชักชวนพี่น้องเข้าไปตั้งหลักฐานบ้านเรือนครั้งแรกอพยพไปประมาณ 10 ครอบครัว ไปตั้งบ้านบริเวณด่านช้างชุม คือบ้านเมืองเก่าในปัจจุบัน ขณะนั้นพื้นแผ่นดินภูเวียงขึ้นกับฝ่ายลาวล้านช้างเวียงจันทน์ ซึ่งตรงกับรัชสมัย พระเจ้าตากสินมหาราชของประเทศไทย
ต่อมาเมื่อพระยาจักรี (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ยกทัพไปปราบเจ้านครเวียงจันทน์ ท้าวศรีสุธอเจ้าเมืองภูเวียงได้ยอมอ่อนน้อมต่อพระยาจักรี จึงสั่งให้ท้าวศรีสุธอกลับไปเป็นเจ้าเมืองภูเวียงดังเดิม ต่อมาได้มีการยุบภูเวียงเป็นอำเภอ ขึ้นตรงต่อเมืองขอนแก่น เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2445 โดยมี พระประสิทธิสรรการ (สีหะไกร) เป็นนายอำเภอคนแรก
ลักษณะภูมิประเทศและที่ตั้ง
ภูเวียง มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเทือกเขาล้อมเป็นวงอยู่ 2 ชั้น ตรงกลางเป็นแอ่งขนาดใหญ่ คล้ายแอ่งกระทะซึ่งเป็นที่ราบและลอนลาด ส่วนพื้นที่โดยรอบแอ่งมีลักษณะเป็นเทือกเขาซึ่งมีมุมเทเข้าหาใจกลางแอ่ง ประกอบด้วยเทือกเขาที่มีความลาดชันปานกลางถึงลาดชันสูง อำเภอภูเวียงมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังนี้:
- ทิศเหนือ: ติดต่อกับ อำเภอโนนสัง (จังหวัดหนองบัวลำภู)
- ทิศตะวันออก: ติดต่อกับ อำเภออุบลรัตน์และ อำเภอหนองเรือ
- ทิศใต้: ติดต่อกับอำเภอหนองเรือและ อำเภอชุมแพ
- ทิศตะวันตก: ติดต่อกับ อำเภอเวียงเก่าและ อำเภอหนองนาคำ
อุทยานแห่งชาติภูเวียงและแหล่งไดโนเสาร์
อุทยานแห่งชาติภูเวียงตั้งอยู่บนที่ราบสูงโคราช มีลักษณะเป็นหินตะกอนหรือหินชั้น ชั้นของหินตะกอนมักมีสีแดงเรียกว่าหินชั้นตะกอนแดง หรือกลุ่มหินโคราช เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2519 ได้มีการค้นพบรอยเท้าและซากกระดูก ไดโนเสาร์ และสัตว์โลกดึกดำบรรพ์อายุเกือบ 200 ล้านปี ถือเป็นการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศไทย ที่ห้วยประตูตีหมา เชิงภูประตูตีหมา
ซากไดโนเสาร์ที่สามารถเยี่ยมชมได้มี 4 หลุม ได้แก่:
- หลุมขุดค้นที่ 1 ภูประตูตีหมา
- หลุมขุดค้นที่ 2 ถ้ำเจีย
- หลุมขุดค้นที่ 3 ห้วยประตูตีหมา
- หลุมขุดค้นที่ 9 หินลาดยาว
ข้อมูลสรุปของอำเภอภูเวียง
| หัวข้อ | ข้อมูลรายละเอียด |
|---|---|
| คำขวัญ | ภูเวียงเมืองเก่า ศาลเจ้าจอมปากช่อง พัทยาสองโสภิณ เกาะกุดหินหาดสวรรค์ ศรัทธามั่นหลวงปู่ธีร์ ชมวิถีถิ่นควายไทย |
| จังหวัด | ขอนแก่น |
| พิกัด | 16°39′16″N 102°22′37″E |
| รหัสไปรษณีย์ | 40150 |
| ผลิตภัณฑ์เด่น (OTOP) | ผ้าฝ้ายทอมือ, ปลาส้ม, โคมไฟจากกะลามะพร้าว, กระเป๋าสานพลาสติก |
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและผลิตภัณฑ์ชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอภูเวียง ได้แก่ ปากช่องภูเวียง (ศาลเจ้าจอมปากช่อง) ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของพระยานรินทร์ และ หาดพัทยา 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ราบริมทะเลสาบติดต่อกับเขื่อนอุบลรัตน์ มีชายหาดและกิจกรรมทางน้ำ
ด้านผลิตภัณฑ์ชุมชนที่สร้างรายได้หลักคือ ผ้าฝ้ายทอมือและปลาส้ม รวมถึงผ้าคลุมไหล่ และโคมไฟจากกะลามะพร้าวของกลุ่มกะลาเวียงดิน
ลักษณะภูมิอากาศ
แบ่งออกเป็น 3 ฤดู ดังนี้:
- ฤดูร้อน: มีนาคม – เมษายน (อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 36.5 องศาเซลเซียส)
- ฤดูฝน: พฤษภาคม – ตุลาคม (ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี 1,199 มิลลิเมตร)
- ฤดูหนาว: พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ (อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 16.6 องศาเซลเซียส)