พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
อาคารนิทรรศการถาวรของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เพื่อใช้เป็นที่ว่าการเมืองและที่ว่าการมณฑลราชบุรี ต่อมาในปี พุทธศักราช 2476 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) มีการประกาศยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล และมีการจัดระเบียบการปกครองใหม่เป็นจังหวัดและอำเภอ อาคารหลังนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นศาลากลางจังหวัดตามลำดับ
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนอาคารหลังนี้เป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อปีพุทธศักราช 2520 และเข้ามาสำรวจและขอใช้พื้นที่จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ในปีพุทธศักราช 2526 เมื่อการจัดนิทรรศการถาวรเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ กรมศิลปากรจึงได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2534
ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
อาคารมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบตึกสี่หลังล้อมสนามสี่เหลี่ยม มีตึกกลางคั่นแบ่งสนามเป็น 2 ส่วน ซึ่งจัดเป็นสวนภายในบรรยากาศเรียบง่ายและร่มรื่นสวยงาม ขนาดอาคารกว้าง 30 เมตร และยาว 57 เมตร ลักษณะอาคารเป็นอาคารแบบก่ออิฐฉาบปูนชั้นเดียวยกพื้นสูง ผนังด้านนอกไม่มีระเบียง หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าว
จุดเด่นอยู่ที่มุขกลางที่มีมุขโถงยื่นออกมาเป็นที่เทียบรถ ผนังมุขเป็นเสาสี่เหลี่ยมใหญ่เรียงชิดติดกันข้างละ 3 ต้น รับคานเครื่องบนประดับหน้าบันทรงโค้งหลายตอนแบบศิลปะตะวันตก กลางหน้าบันประดับปูนปั้นตราครุฑ ประตูหน้าต่างเป็นบานเกล็ดไม้ ด้านบนเป็นช่องแสงกระจก เหนือหน้าต่างประดับลายปูนปั้น อาคารหลังนี้ได้รับรางวัลการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปีพุทธศักราช 2548 ซึ่งคัดเลือกโดย สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
ข้อมูลการจัดแสดงนิทรรศการ
การจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี จะเน้นเรื่องราวของท้องถิ่นตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 เรื่องหลัก ดังนี้:
| หัวข้อการจัดแสดง | รายละเอียดโดยสังเขป |
|---|---|
| 1. สภาพภูมิศาสตร์และธรรมชาติวิทยา | จัดแสดงแหล่งกำเนิดทรัพยากรธรรมชาติประเภท ดิน หิน แร่ธาตุ และรูปจำลองลักษณะภูมิประเทศ |
| 2. ประวัติศาสตร์และโบราณคดี | เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่พบในจังหวัดราชบุรี เรียงลำดับตามยุคสมัยจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ |
| 3. เผ่าพันธุ์วิทยาและชาติพันธุ์ | เรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ลาวโซ่ง, ลาวตึ้ง, มอญ, กะเหรี่ยง, ไทยทรงดำ และไทยพื้นถิ่น |
| 4. มรดกดีเด่นของจังหวัด | สถานที่สำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม และบุคคลสำคัญที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่จังหวัด |
| 5. ราชบุรีในปัจจุบัน | สภาพทั่วไปของจังหวัดราชบุรีในปัจจุบัน ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข และการเกษตร |
รายละเอียดประวัติศาสตร์และโบราณคดีของราชบุรี
การจัดแสดงในส่วนนี้เรียงลำดับตามยุคสมัยที่สำคัญดังนี้:
- สมัยก่อนประวัติศาสตร์: จัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ รวมทั้งเครื่องประดับที่ทำจากหิน โลหะ กระดูกสัตว์ต่างๆ และโครงกระดูกมนุษย์
- ราชบุรีในวัฒนธรรมทวารวดี: จัดแสดงเรื่องราวและหลักฐานในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 - 16 โดยเฉพาะเรื่องราวของเมืองโบราณคูบัว และเทือกเขางู
- ราชบุรีในวัฒนธรรมเขมร: ปรากฏในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 - 18 โดยมีโบราณวัตถุที่สำคัญคือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี พบที่บริเวณจอมปราสาท เมืองโบราณโกสินารายณ์
- ราชบุรีในสมัยสุโขทัย - ธนบุรี: จัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดราชบุรีในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 - 24
- ราชบุรีในสมัยรัตนโกสินทร์: แสดงถึงความสำคัญของเมืองราชบุรีในด้านการเมืองการปกครองต่อเนื่องจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7)
อาคารจัดแสดงนิทรรศการพิเศษและสำนักงาน
อาคารสำนักงาน และคลังโบราณวัตถุ (ทำเนียบสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)) สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนปีพุทธศักราช 2416 เพื่อใช้เป็นจวนที่พักของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ในปีพุทธศักราช 2539 อาคารได้ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี สำหรับใช้เป็นสำนักงาน คลังโบราณวัตถุ และส่วนจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว
เดิมอาคารหลังนี้เป็นบ้านขนาดใหญ่ใต้ถุนสูง ต่อมามีการต่อเติมทำให้เกิดลักษณะรูปแบบอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมอิทธิพลศิลปะตะวันตกที่นิยมสร้างในช่วงเวลานั้น