สมาคมโรงแรมไทยกับบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมไทยสู่ปี 2568
ประวัติสมาคมโรงแรมไทย สมาคมโรงแรมไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยคณะผู้บริหารโรงแรมและเจ้าของโรงแรมได้ร่วมกันขออนุญาตจัดตั้งขึ้นโดยในขณะนั้นเรียกว่า “สมาคมโรงแรมเพื่อนักทัศนาจรแห่งประเทศไทย” และต่อมาในปี พ.ศ. 2511 ได้ขอเปลี่ยนชื่อเป็น “สมาคมโรงแรมไทย” จนกระทั่งทุกวันนี้ ปัจจุบันสมาคมโรงแรมไทยตั้งอยู่เลขที่ 203-209/3 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมีวิสัยทัศน์การพัฒนาคือเป็นศูนย์กลางให้การสร้างความร่วมมือและสร้างโอกาสทางการค้าให้กับสมาชิก
วัตถุประสงค์และพันธกิจหลักของสมาคม
- ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
- ส่งเสริมและสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างสมาชิกทั้งหลายของสมาคมฯ
- สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิก แก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
- ประสานความสามัคคีและแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกันในทางวิชาการตลอดจนข่าวสารต่างๆ
- ชี้แจงและเสนอแนะให้รัฐบาลได้เข้าใจ และช่วยแก้ไขปัญหาตลอดจนอุปสรรคต่างๆ อันมีต่อธุรกิจโรงแรม
- ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการทำธุรกิจโรงแรมให้อยู่ในมาตรฐานที่ดีและสอดคล้องกับนโยบายของทางราชการ
ภาพรวมและสถานการณ์ธุรกิจท่องเที่ยวสะสมปี 2567
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวว่า การทยอยกลับมาของนักท่องเที่ยวตลาดหลัก ส่งผลให้สถานการณ์ภาคการท่องเที่ยวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- จำนวนนักท่องเที่ยวสะสม (1 ม.ค. – 16 มิ.ย. 2567): 16,200,706 คน (เพิ่มขึ้น 37% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา)
- รายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ: ประมาณ 765,584 ล้านบาท
- กลุ่มนักท่องเที่ยว 5 อันดับแรก: จีน, มาเลเซีย, อินเดีย, รัสเซีย และเกาหลีใต้
มาตรการภาครัฐหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นวีซ่าไทย-จีน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง หรือ วีซ่าฟรี ให้แก่นักท่องเที่ยวอินเดีย ไต้หวันและคาซักสถาน จะมีส่วนช่วยผลักดันให้จำนวนนักท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
แนวโน้มและทางรอดธุรกิจท่องเที่ยวไทยในปี 2568
สมาคมโรงแรม-ภัตตาคาร-สปา ชี้ทางรอดธุรกิจท่องเที่ยวไทยคือการอัดฉีดเชื่อมั่นจีน, ปรับตัวสู่ดิจิทัล, และหันจับตลาดไทย! โดยนายศิษฏิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวว่าภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 นี้ น่าจะเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อเทียบกับปีที่ 67 สำหรับปีนี้ที่รัฐบาลต้องการถึง 39-40 ล้านคน ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนา ปรับปรุง ปรับตัวให้ทันต่อแนวโน้มและพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ต่างไปจากเดิม ดังนี้:
- Personalized Traveling: นักท่องเที่ยวต้องการประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการและความสนใจของตนเองมากขึ้น
- การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ: นำเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น สปา ฟิตเนสและอาหารเพื่อสุขภาพ
- ความยั่งยืน (Sustainability): นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การประหยัดน้ำและพลังงาน
- การปรับตัวสู่ดิจิทัล: ใช้เทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวก เช่น แอปพลิเคชันในการจองห้องพัก เช็คอิน และใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ขั้นตอนการสมัครสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย
สมาคมฯ เปิดรับสมาชิกเพื่อเพิ่มศักยภาพและช่องทางการตลาด โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้:
- กรอกใบสมัครและส่งเอกสารทางออนไลน์
- คณะกรรมการตรวจสอบเอกสารและพิจารณาอนุมัติ
- ชำระเงินค่าสมาชิก
- รับใบเสร็จและรับรองการเป็นสมาชิกเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทันที
- คณะกรรมการสมาคมไปตรวจสอบโรงแรมตามตารางของแต่ละภูมิภาคภายในระยะเวลา 3 เดือน
- เป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ โดยได้รับโล่ห์เกียรติคุณและประกาศนียบัตร
สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก
สมาชิกสมาคมจะได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกิจการ และมีสิทธิเสนอความคิดเห็นหรือผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงแรมผ่านสมาคมฯ นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น:
- สามารถเข้าร่วมโครงการจัดอันดับมาตรฐานโรงแรมในอัตราพิเศษ (Hotel Rating System)
- รับทราบข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น ททท., BOI และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
- ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิทุกๆ 2 เดือน
- การเชื่อมต่อกับองค์กรต่างประเทศ เช่น Asean Tourism Association (ASEANTA) และ Asean Hotels Restaurant Association (AHRA)