ความแตกต่างระหว่างความเครียดและโรคซึมเศร้า: อาการ การประเมิน และแนวทางการรักษา
ในสังคมปัจจุบัน ข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรม องค์ความรู้ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพจิต ซึ่งความรู้สึกเศร้าหรือความเครียดนั้นเป็นภาวะทางจิตใจที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน
ความเครียด (Stress)
ความเครียดเป็นเรื่องระยะสั้น เกิดขึ้นได้กับทุกคน ในวัยเรียน มีเด็กนักเรียนถึง 85% ที่ต้องผจญความเครียดนี้ ความเครียดมีผลดีในการกระตุ้นให้คนทำอะไรดีๆเผื่อฝ่าฟันความเครียดนั้น แต่ถ้าไม่รู้จักดีลกับมัน ก็อาจจะส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน
อาการโดยทั่วไปของความเครียด
- นอนไม่หลับ
- รู้สึกเกินจะทนไหว
- มีปัญหาเรื่องความจำ
- โฟกัสอะไรไม่ค่อยได้ สมาธิสั้น
- พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป
- รู้สึกกังวล ประสาทเสีย กระสับกระส่าย
- โกรธและโมโหง่าย
- รู้สึกหมดแรง
- ส่งผลต่อการเรียนและการใช้ชีวิต
วิธีการบำบัดความเครียดก็คือ ไปดูตลก ไปวิ่ง ไปร้องเกะ ทำจิตใจให้ผ่องใส รักษาสุขภาพ แล้วความเครียดจะหายไปหรืออย่างน้อยก็ดีขึ้นทันที หลายคนเลือกที่จะกินยาแก้เครียดเพื่อให้หลับ แต่ต้องขอเตือนว่า "อย่า" นะครับ เพราะผลข้างเคียงมันเยอะและจะทำให้คุณติดได้
โรคซึมเศร้า (Depression)
ซึมเศร้าเป็นเรื่องระยะยาว ไม่ใช่ทุกคนจะเผชิญมัน โรคซึมเศร้าเป็น "โรค" ที่ต้องได้รับการรักษา มีสาเหตุเกิดจากหลายอย่างด้วยกัน ทั้งหมดทั้งมวล ทำให้สารเคมีในสมองผิดปกติ เกิดเป็นความเศร้าครอบคลุมจิตใจตลอดเวลา
อาการของโรคซึมเศร้า
- เก็บตัว แยกตัวออกจากสังคม
- รู้สึกเศร้าและสิ้นหวัง
- หมดพลัง ไร้แรงบันดาลใจจะทำอะไร
- ทำสิ่งที่ชอบทำมาตลอดไม่ได้
- รู้สึกแย่กับตัวเอง รู้สึกผิดตลอดเวลา
- มีอาการต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- อยากฆ่าตัวตาย (สิ่งที่อันตรายที่สุดในโรคซึมเศร้า)
การประเมินระดับความรุนแรง
แบบประเมินว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่าจะทำเป็นขั้นตอนคือเริ่มด้วย 2Q ซึ่งเป็นการประเมินแบบหยาบ หากตอบว่า "ใช่" ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ทำใบประเมินความรุนแรง 9Q ต่อ ดังรายละเอียดในตารางต่อไปนี้
| ช่วงคะแนน (9Q) | ระดับความรุนแรง | แนวทางการดูแล |
|---|---|---|
| น้อยกว่า 7 | ปกติ | ดูแลสุขภาพจิตตามปกติ |
| 7-12 | ระดับน้อย | รับการปรึกษาเบาๆ |
| 13-18 | ระดับปานกลาง | ส่งพบจิตแพทย์เพื่อรับการบำบัดโดยด่วน |
| 19 ขึ้นไป | รุนแรง | พบจิตแพทย์เพื่อรับการบำบัดโดยด่วน |
สำหรับผู้ที่ได้ตั้งแต่ 7 คะแนนขึ้นไป ให้ไปทำแบบประเมินการฆ่าตัวตาย 8Q ต่อ หากได้ตั้งแต่ 17 คะแนนเป็นต้นไป ถือว่ามีแนวโน้มรุนแรงมาก ควรจะได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
แนวทางการรักษาและการดูแลตนเอง
มียาต้านเศร้าถูกพัฒนาออกมาหลายกลุ่มด้วยกัน เช่น TCA ซึ่งราคาไม่แพงแต่ผลข้างเคียงค่อนข้างเยอะ หรือ SSRI ที่ราคาแพงมาหน่อยแต่ผลข้างเคียงน้อย ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าซื้อยากินด้วยตัวเอง ให้ไปหาหมอรับคำปรึกษาก่อน อีกวิธีที่ช่วยได้ก็คือ NLP (Neuro-Linguistic Programming) ซึ่งเป็นศาสตร์ใหม่ในการรักษาปัญหาทางจิตใจ
สิ่งที่ควรทำเมื่อรู้สึกไร้ค่า
- พูดจาดีๆ และใจดีกับตัวเอง: เริ่มพูดกับตัวเองในแง่ดี เช่น วันนี้เธอเก่งมากแล้ว
- บันทึกเรื่องดีๆ ในแต่ละวัน: แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน ก็มองให้มันเป็นเรื่องดีๆ
- ออกไปเป็นอาสาหรือทำอะไรเพื่อคนอื่น: ช่วยทำให้เราได้มองเห็นคุณค่าในตัวเองมากยิ่งขึ้น
- ลองใช้บริการสุขภาพจิต: ปัจจุบันมีบริการหรือแอปสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น
โรคซึมเศร้ารักษาได้ หากคิดว่าตัวเองมีความเสี่ยง ไปปรึกษาหมอเถอะครับ มันก็แค่โรคโรคนึงเท่านั้นเอง ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง วันที่มองไม่เห็นก็อย่าลืมใจดีกับตัวเอง รักตัวเองให้มากๆ